news

อาร่อน มอย แข้งที่ดีที่สุดของทีมชาติออสเตรเลียในตอนนี้

หากจะกล่าวว่าตอนนี้ใครคือนักเตะที่เป็นความหวัง และเป็นนักเตะที่เด่นที่สุดของทีมชาติออสเตรเลีย ทุกคนคงต้องนึกถึงอาร่อน มอย นักเตะตัวสำคัญของทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งสังกัดทีมฮัดเดอร์ฟิลด์ทาวน์  ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เนื่องจากเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเป็นอย่างมากทั้งกับทางสโมสรและทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งทางเจ้าตัวนั้นทำผลงานได้เด่นสุดๆ ตั้งแต่สมัยที่เล่นในแชมเปี้ยนชิพในฤดูกาลที่แล้ว ต่อเนื่องมาจนถึงการเล่นในพรีเมียร์ลีกช่วงที่ผ่านมา ฟอร์มของเขาก็ยงไม่เคยดร็อปลงไปเลย ซึ่งหากย้อนกลับไปทางด้านอาร่อน มอยนั้น เป็นผลผลิตของสถาบันกีฬารัฐนิวเซาท์เวลส์ กรุงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่อายุ 15 ปีทักษะฟุตบอลของเขาไปเข้าตาแมวมองของทีมเยาวชนโบลตัน วันเดอเรอร์เข้า ในขณะนั้นทีมโบลตันยังอยู่ในพรีเมียร์ลีกอยู่ แต่เพราะเขาไม่ได้เลื่อนเข้าไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ ทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นที่สก็อตแลนด์ กับเซนต์ เมียร์เรน แต่อาการเจ็บหลังของเขาทำให้เจ้าตัวพลาดโอกาสลงสนามไปหลายเกม ก่อนตัดสินใจย้ายกลับไปเล่นในบ้านเกิดในปี 2012 กับทีมเวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส แล้วจึงไปอยู่กับ เมลเบิร์น ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2014-2016 เรียกได้ยังคงเป็นนักเตะที่พเนจรไปเรื่อยๆ อยู่ ซึ่งช่วงที่ไปเล่นที่ออสเตรเลียนี่เองที่มอยฉายแววเด่นสุดๆ จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติออสเตรเลียชุดใหญ่ในธันวาคม 2012 และในช่วง 2 ซีซั่นกับเมลเบิร์น ซิตี้ เจ้าตัวผลงานเด่นขนาดติดทีมยอดเยี่ยมของเอ ลีก 2 ฤดูกาลซ้อน และทำให้สโมสรพันธมิตรอย่างแมนฯ ซิตี้ เซ็นสัญญาไปค้าแข้งในอังกฤษอีกครั้ง ในช่วงซัมเมอร์ของปีก่อน แต่การที่ทีมเรือใบสีฟ้ามีกองกลางระดับคุณภาพเต็มทีมไปหมด ทำให้มอยต้องถูกส่งไปให้ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลที่แล้วทันที แต่แล้วเจ้าตัวกลับกลายเป็นกำลังสำคัญอันดับหนึ่งของทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ จากการชนะเลิศเพลย์ออฟ …


news

บิ๊กฟิลกับสเวนรับสนใจเป็น โค้ชทีมชาติออสเตรเลีย ลุยฟุตบอลโลก 2018

หลังจากที่อันเก้ โปสเตโคกลู กุนซือทีมชาติออสเตรเลียได้ด่วนตัดสินใจ ประกาศลาออกจากตำแหน่งทั้งที่เพิ่งพาทีมชาติออสเตรเลียไปฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายได้สำเร็จ ก็ทำให้มีผู้ที่สนใจในตำแหน่งขึ้นมาทันที โดยมีสองรายชื่อที่น่าสนใจมากๆ ก็คือหลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่ และทางด้านของสเวนโกรัน อิริคสัน สองยอดกุนซือที่ประกาศสนใจที่จะพาทางด้านทีมชาติออสเตรเลีย ไปลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียในกลางปีหน้า โดยทางด้านของหลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่นั้น ออกมายอมรับว่าเขาสนใจที่จะเข้ามารับงานกุนซือทีมชาติออสเตรเลียพร้อมนำทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 ขุนพลซอคเกอร์รูส์กำลังมองหานายใหญ่คนใหม่ หลังจาก อันเก้ โปสเตโคกลู ตัดสินใจอำลาตำแหน่ง ทั้งที่นำทีมคว้าตั๋วไปเล่นเวิลด์คัพในปีหน้าตามเป้าก็ตาม ซึ่งทางด้านหลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่นั้น เป็นกุนซือที่มากด้วยความสามารถและประสบการณ์มาอย่างยาวนาน และเคยฝากฝีมือไว้ในการพาทีมชาติบราซิลประสบความสำเร็จในฟุตบอลโลกมาแล้ว จึงถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างมากที่จะเข้ามารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติออสเตรเลียคนต่อไป ซึ่งทางด้าน หลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่ ได้กล่าวไว้ว่า “ผมคือหนึ่งในคนที่คุยกับพวกเขา พวกเขาอยากรู้ว่าผมสนใจนำทีมไปฟุตบอลโลกหรือเปล่า ผมไม่ได้ตั้งใจแค่นำทีมไปบอลโลกนะ ผมอยากทำทีมเป็นเวลา 1-2 ปี แต่ผมยอมรับว่าผมสนใจ” บิ๊กฟิลกล่าว ทั้งนี้สโคลารี่เคยนำทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์โลก 2002 มาแล้ว โดยเขาเพิ่งตัดสินใจแยกทางกับกวางโจว เอเวอร์แกรนด์ หลังจากสัญญาหมดลงในเดือนนี้ ส่วนทางด้านสเวนโกรัน อิริคสัน ยอดกุนซือสัญชาติสวีดิช ก็ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกัน หลังเจ้าตัวไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะนำทีมชาติออสเตรเลียไปเล่นฟุตบอลโลก หลังจากที่อันเก้ ปอสเตโคกลูตัดสินใจออกจากตำแหน่งนี้เช่นกัน ซึ่งทางด้านอิริคสัน กุนซือมากประสบการณ์ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาสนใจที่จะสานงานต่อจากอดีตกุนซือทีมชาติออสเตรเลีย …


ตำนานที่ยังมีชีวิต “ทิม เคฮิลล์” ที่สุดตลอดกาลแห่งทีมชาติออสเตรเลีย

หากจะกล่าวถึงนักเตะที่เป็นตำนานของทีมชาติออสเตรเลีย และทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี ก็คงต้องนึกถึงทิม เคฮิลล์ อดีตนักเตะดาวดังของเอฟเวอร์ตัน ที่ปัจจุบันนั้นสังกัดสโมสรเมลเบิร์น ซิตี้ เอฟซี ในประเทศออสเตรเลียบ้านเกิด ซึ่งทิม เคฮิลล์ถือเป็นนักเตะที่เล่นให้กับทีมชาติออสเตรเลียมาอย่างยาวนาน และเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมชาติออสเตรเลียเสมอมา โดยล่าสุดเจ้าตัวก็ยังคงฟิตและยังอยากจะลงเล่นให้ทีมชาติออสเตรเลียในฟุตบอลโลก 2018 ที่จะถึงนี้ โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่า เขานั้นยังไม่คิดว่าตัวเองหมดประโยชน์กับทีมชาติออสเตรเลียแต่อย่างใด ในทุกๆ วันเขายังคงคิดว่าเขานั้นมีความฟิตมากมายเหลือเกินที่จะยังเล่นให้ทีมชาติต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าที่เขาจะคิดว่าเขาไม่ไหวแล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้จัดการทีมชาติคนใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่ง แทนอันเก้ โปสเตโคกลู นั้นจะยังคงเลือกใช้งานเขาเช่นเดิม ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวนั้นมีข่าวว่ากำลังจะย้ายออกจากต้นสังกัดอย่างเมลเบิร์น ซิตี้ โดยทิม เคฮิลล์  ตัวรุกเสือเฒ่าของเมลเบิร์น ซิตี้ แถลงอำลาสโมสรอย่างเป็นทางการแล้ว หลังต้องการโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดทีมชาติออสเตรเลียไปเล่นในฟุตบอลโลก 2018 ในปีหน้าให้ได้ ซึ่งดาวเตะวัย 37 ปี ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงกับต้นสังกัดไปแค่เกมเดียวจาก 6 นัดในฤดูกาลนี้ หลังวาร์เรน จอยซ์ กุนซือของทีมหันไปใช้งานรอส แม็คคอร์มิค เป็นกองหน้าคนเดียวมากกว่า ด้วยเหตุนี้อดีตกองกลางเอฟเวอร์ตันจึงตัดสินใจโบกมือลาทีมทันที เนื่องจากกลัวว่าจะเสี่ยงหลุดทีมชาติออสเตรเลียชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย และล่าสุดมีรายงานระบุว่า เคฮิลล์ แข้งตัวเก๋านั้นได้รับข้อเสนอจาก 3 สโมสรในต่างแดน โดยหนึ่งในนั้นคือ คาราบุคสปอร์ ทีมในลีกสูงสุดตุรกี ที่มีโทนี่ โปโปวิช อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติออสเตรเลียคุมทัพอยู่ …

กุนซือทีมชาติออสเตรเลียลาออก แม้ว่าจะพาทีมไปบอลโลกได้ก็ตาม

อันเก้ โปสเตโคกลู นายใหญ่ทีมชาติออสเตรเลียทำช็อค หลังประกาศลาออกจากตำแหน่ง แม้จะพาทีมชาติออสเตรเลียคว้าตั๋วฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จก็ตาม เป็นที่น่าแปลกใจกันไปตามๆ กันเมื่อนายใหญ่ทีมชาติออสเตรเลีย ที่เคยพาทีมไปเล่นฟุตบอลโลก 2014 และคว้าแชมป์ฟุตบอลเอเชี่ยนคัพในปี 2015 ได้สำเร็จ กลับประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติออสเตรเลีย ทั้งๆ ที่เพิ่งพาทีมคว้าตั๋วไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียในปี 2018 ได้สำเร็จเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น โดยเทรนเนอร์วัย 52 ปี เพิ่งพาทีมจิงโจ้ปราบฮอนดูรัสในรอบเพลย์ออฟที่ผ่านมาด้วยสกอร์รวม 3-1 ได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียในปีหน้า แต่หลังจากนั้นไม่นานทางโปสเตโคกลู ก็ได้ประกาศลาออกแบบกะทันหัน โดยมีใจความดังนี้ “หลังจากคิดทบทวนอย่างดีแล้ว ผมตัดสินใจยุติเส้นทาง บทบาทโค้ชของทีมเพียงเท่านี้”  โค้ชชาวกรีซกล่าวเพียงสั้นๆ ซึ่งจากการประกาศลาออกแบบกะทันหันนี้ ทำให้ทีมชาติออสเตรเลียต้องเร่งหาผู้จัดการทีมคนใหม่ให้ได้โดยเร็ว ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียจะเริ่มขึ้น ไม่งั้นอาจส่งผลเสียต่อการเตรียมทีมอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทางด้านโปสเตโคกลูเข้ามารับงานคุมทีมชาติออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2013 พร้อมกับประสบความสำเร็จ นำทีมผ่านไปเล่นฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลได้สำเร็จ รวมถึงคว้าแชมป์เอเชี่ยนคัพ ในปี 2015 ได้อีกด้วย แน่นอนว่าการพิจารณาตัวเองครั้งนี้ของนายใหญ่ทีมชาติออสเตรเลีย น่าจะมาจากผลงานในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ทั้งที่น่าจะผ่านเข้ารอบสบายๆ แต่กลับทำแต้มหล่นง่ายๆ บ่อยครั้ง แถมฟอร์มการเล่นก็ไม่โดดเด่น อย่างเช่นเมื่อครั้งก่อนแต่อย่างใด ขนาดทีมชาติไทยของเรายังเกือบที่จะน็อคทีมชาติออสเตรเลียได้เช่นกัน …

ทีมชาติออสเตรเลียหืดจับ หลังเจอไทย ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

หากจะกล่าวว่าทีมชาติไทยสามารถต่อกรกับทีมชาติที่เคยผ่านฟุตบอลโลกมานักต่อนักอย่างทีมชาติออสเตรเลียได้อย่างสูสี ถึงขั้นมีลุ้นชนะได้เลย ทั้งที่เป็นเกมเยือน คงไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน เพราะในอดีตที่ผ่านมาเรียกันได้ว่า เป็นทีมที่ไม่สามารถสู้กันได้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่ทีมชาติไทยสามารถที่จะทำให้ทีมชาติออสเตรเลียเล่นกันได้อย่างยากลำบากขนาดนี้แทบจะไม่เคยมีมาก่อน โดยหากจะกล่าวถึงรอบคัดเลือกที่ผ่านมาต้องบอกว่าหลายๆ นัดทีมชาติไทยของเราค่อนข้างที่จะโชคร้ายในเรื่องของการตัดสิน แต่ในนัดนี้ถึงขั้นที่นักเตะที่เคยไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอย่างทิม เคฮิลล์ ถึงกับต้องออกปากพูดถึงทีมชาติไทยว่าดังนี้ โดยแข้งมากประสบการณ์แห่งทีมชาติออสเตรเลียยอมรับว่า ไม่เคยเจอเกมที่ยากลำบากขนาดนี้มาก่อน โดยทั้งเกมนี้ทีมชาติออสเตรเลียของเขาต้องเจอกับการป้องกันของทีมชาติไทยตลอดทั้งเกม แถมยังมีจังหวะสวนจนเกือบทำให้ทีมชาติออสเตรเลียของเขาเกือบต้องถึงกับพ่ายแพ้ได้เช่นกัน โดยอดีตกองกลางเอฟเวอร์ตันซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญของทีมชาติออสเตรเลีย ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเกมนั้น ถึงกับต้องออกปากกับเกมรับที่เหนียวแน่นของไทย และหากทีมชาติไทยมีโชคมากกว่านี้ คาดว่า ทีมชาติออสเตรเลียของเขาอาจจะถึงกับแพ้เลยก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม จากผลนัดนั้นที่ทีมชาติออสเตรเลียสามารถเฉือนชนะทีมชาติไทยไปได้ 2-1 นั่นก็ทำให้ทีมชาติออสเตรเลียถึงกับต้องลุ้นเพลย์ออฟกับทางด้านฮอนดูรัส ก่อนที่จะเป็นทีมชาติออสเตรเลียที่สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 มาได้สำเร็จ โดยได้อยู่สายเดียวกับทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติเปรู และทีมชาติเดนมาร์ก ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นงานหนักมากทีเดียว แถมในตอนนี้กลับมีเรื่องของกุนซือมาให้คิดกันอีก เพราะหลังจากพาทีมผ่านรอบคัดเลือกได้ตั๋วไปฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จไม่นาน ทางด้านกุนซืออย่างปอสเตโคกลู กลับประกาศลาออกจากตำแหน่งเสียอีก ทำให้ทางด้านทีมชาติออสเตรเลียมีงานที่ต้องคิดหนักเพิ่ม นอกจากจะเร่งพัฒนาฟอร์มการเล่นของทีมให้ทันการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 แล้ว ยังต้องมาเร่งหากุนซือที่จะเข้ามาทำหน้าที่อีกด้วย แต่ก็มีข่าวดีว่ามีกุนซือมากฝีมือหลายคนที่สนใจงานนี้และพร้อมเป็นอย่างมากที่จะเข้ามาพาทีมชาติออสเตรเลียเข้าสู่เส้นทางฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียต่อไป